NEWS

โลกสีชมพูใบใหญ่ ที่ภูลมโล อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า

โลกสีชมพูใบใหญ่ ที่ภูลมโล อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า


 

 

          เมื่อกระแสการท่องเที่ยวที่เป็นไปยุคตามสมัย จนทำให้แหล่งท่องเที่ยวเกิดขึ้นใหม่หลายๆ ที่ หาก ณ วันนี้แล้ว ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระไทย กำลังเป็นที่นิยมอย่างคาดไม่ถึง ดั้งนั้นสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น ดอยอ่างขาง ขุนช่างเคี่ยน ขุนแม่ยะ ขุนวาง ขุนสถาน ฯลฯ ชื่อเหล่านี้ แหล่งดอกซากุระที่อยู่ทาง จ.เชียงใหม่ หรือ จ.น่าน

          กระทั่งวันนี้ “ภูลมโล” ชื่อนี้กำลังมาแรงในเรื่องแหล่งซากุระที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย มีนับพันๆ ไร่ ตั้งอยู่บนอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีอาณาบริเวณพื้นที่ครอบคลุมถึง 3 จังหวัด คือ อำเภอด่านซ้าย จ.เลย อำเภอนครไทย จ.พิษณุโลก และอำเภอหล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

 

 

 

          ที่ตั้งของภูลมโล อยู่บนภูหินร่องกล้า สามารถเดินทางได้สองเส้นทาง คือ จากบ้านร่องกล้า บนภูหินร่องกล้า ไปยังภูลมโลประมาณ 8 กม. และจากบ้านกกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย ระยะทางประมาณ 20 กม.

 

 

 

          จุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยว

          ภูลมโล ชื่อนี้ยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่ากับภูทับเบิก หรือภูหินร่องกล้า หลายคนมักถามว่าอยู่ที่ไหน ก็ต้องว่า อยู่บนภูหินร่องกล้า ภูแห่งนี้มีดีตรงที่เป็นดงป่านางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระไทย ที่ปลูกกันเป็นแปลงกว้างใหญ่ อยู่ทั่วดอย ยามที่ได้ผลิดอกในช่วงหน้าหนาวก็เห็นภาพความงดงามที่อลังการตาเป็นยิ่งนัก แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 1 เดือนที่เรามีโอกาสได้ชมความงดงามของดอกซากุระไทย ในช่วงกลางเดือนธันวาคม จนถึงเดือนมกราคม หลังจากนั้นก็หมดฤดูกาล

 

 

            แม้ว่าจะความงดงามจะร่วงและเปลี่ยนเป็นใบไม้ธรรมดาไปแล้ว ภูลมโลยังเป็นจุดกางเต็นท์มีธรรมชาติทิวทัศน์ป่าเขาที่สวยงามแห่งหนึ่ง มีจุดชมวิวทิวเขา สามารถมองเห็นเห็นเกือบรอบด้าน

 

 

          แหล่งท่องเที่ยวในโซนภูลมโล ซึ่งมีดอกซากุระเป็นตัวชูโรง นับเริ่มจากบ้านร่องกล้าเข้าไปจะมีจุดชมวิว ป่าซากุระไปตลอดระยะ จนถึงยอดภูลมโล และยังมีต่อเนื่องไปถึงภูขี้เถ้า ที่เป็นดงป่าซากุระที่สวยที่อีกแห่งหนึ่ง

 

 

          ส่วนทางบ้านร่องกล้า จะมีเรื่องราวของชีวิตชนเผ่าชาวเขาเผ่าม้ง ในบริเวณทางเข้าวัดป่าบ้านร่องกล้า จะมีต้นเมเปิ้ล หากเป็นช่วงหน้าหนาวจัดๆ จะมีแม่คะนิ้ง หรือน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นทุกปีด้วย

 

 

          แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง

          นอกจากซากุระที่ภูลมโลแล้ว บนภูหินร่องกล้ายังมีซากุระให้ชมบริเวณบ้านร่องกล้า ที่ทำการอุทยานฯ ด้วย นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่กระจายอยู่บนภูหินร่องกล้า มีดังนี้

 

 

          น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร เป็นน้ำตกฝาแฝด 2 แห่ง ที่อยู่ติดๆ กัน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ บนถนนภูหินร่องกล้าประมาณ 4 กิโลเมตร ก่อนถึงโรงเรียนการเมืองการทหารประมาณ 1 กิโลเมตร แต่น้ำตกทั้งสองนี้อยู่ในหุบป่าด้านล่างลึกลงไป เดินตัดลงไปบนทางเท้า ระยะทางประมาณ 800 เมตร   

          น้ำตกศรีพัชรินทร์ ตั้งอยู่ก่อนถึงที่ทำการอุทยานฯ บริเวณเชิงเขาประมาณ 4-5 กิโลเมตร ต้องเดินเท้าลงไปยังหุบลำธารด้านล่าง  

          ลานหินแตก อยู่ห่างจากฐานพัชรินทร์ ประมาณ 300 เมตร ลักษณะเป็นหินที่มีรอยแตกเป็นแนวเป็นร่องเหมือนแผ่นดินแยก  สันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากการโก่งตัว หรือเคลื่อนตัวของผิวโลก ทำให้พื้นหินแตกเป็นแนว

 

 

         ลานหินปุ่ม อยู่ริมหน้าผาลักษณะเป็นลานหินผุดเป็นปุ่มๆ กระจายอยู่ทั่วลานหิน คาดว่าเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหินทางเคมีและฟิสิกส์ จึงเป็นภาพที่แปลกตา ระหว่างไปยังลานหินปุ่ม

 

 

          ผาชูธง สามารถมองเห็นผาชูธงได้จากลานหินปุ่ม เป็นหน้าผาสูงชันสามารถเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก  

 

 

          กังหันน้ำ อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนการเมืองการทหาร ใช้พลังน้ำขับเคลื่อนกังหันเพื่อหมุนแกนครก ตำข้าวซึ่งเปรียบเสมือนโรงสีข้าวของ ผกค.

 

     

          โรงเรียนการเมืองการทหาร มีสภาพเป็นป่ารกทึบหนาแน่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ในอดีตเคยเป็นสถานที่สำหรับให้การศึกษาตามแนวทางของลัทธิคอมมิวนิสต์ มีบ้านหลังเล็กๆ กระจายอยู่อย่างเป็นระเบียบ มีรถแทรกเตอร์จอดอยู่ 1 คัน ซึ่ง ผกค.ทำการยึดจากบริษัท พิฆเนตร แล้วเผาทิ้งไว้

 

 

          น้ำตกหมันแดง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีอยู่ถึง 9 ชั้น แต่ละชั้นก็มีขนาดที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะชั้น 5 จะมีความสวยงามของดอกลิ้นมังกรสีชมพู อยู่หน้าน้ำตก สภาพน้ำตกหมันแดงอยู่ท่ามกลางป่าทึบ เส้นทางเดินไปน้ำตกเริ่มต้นที่หน่วยหมันแดง ซึ่งควรมีเจ้าหน้าที่นำทางทุกครั้ง เนื่องจากมีระยะทางไกล ป่าทึบ ทางสูงชันเป็นบางช่วง หากเป็นหน้าฝนก็ยิ่งลำบาก ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 3 ชม. ใช้เวลาไปกลับก็เกือบทั้งวัน

 


          ทุ่งดอกกระดาษ  ตั้งอยู่ที่โครงการพัฒนาป่าไม้ตามพระราชดำริ มีทำเลที่สวยงาม มีแปลงปลูกสตรอเบอร์รี่ทุ่งดอกกระดาษ ในช่วงหน้าหนาวจะสวยงามมาก

 

           

          การเดินทาง อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แยกเข้าทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 32 จนถึงนครสวรรค์ จากนั้นแยกขวาเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 117 ระยะทาง 130 กิโลเมตร ถึงตัวเมืองพิษณุโลก จากตัวเมืองพิษณุโลก เส้นทางที่สะดวกที่สุด คือใช้ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 12 สายพิษณุโลก - หล่มสัก จากนั้นแยกซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2013 ไปทางอำเภอนครไทย ก่อนถึงตัวอำเภอนครไทย มีทางแยกขวามือตามทางหลวงหมายเลข 2331 มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า สภาพเส้นทางคดเคี้ยว แต่ไม่สูงชันมากนัก ต่อจากที่ทำการฯ ก็ไปยังบ้านร่องกล้า เป็นประตูสู่ป่าซากุระไทยที่ภูลมโล

 

 

            หรือใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-สระบุรี ไปเลี้ยวเข้าเส้นทางหมายเลข 21 ไปเพชรบูรณ์ - หล่มสัก – หล่มเก่า แล้วขึ้นภูทับเบิก แต่เส้นทางจะสูงชันกว่า สภาพเส้นทางราดยางเส้นทางสายนี้จะผ่านภูทับเบิก เข้าไปยังอุทยานฯ ภูหินร่องกล้า แล้วจะมีทางแยกขวาไปบ้านร่องกล้า

           สภาพการเดินทาง ลักษณะสภาพการเดินทางขึ้นภูหินร่องกล้า จัดว่าสะดวก เพราะเป็นถนนราดยางตลอดเส้นทาง และมีการซ่อมแซมบำรุงถนนอยู่เสมอ รถยนต์ขนาดเล็ก ขนาดกลาง สามารถขึ้นได้สะดวกมาก ส่วนการเดินทางไปยังบ้านร่องกล้าก็เป็นทางราดยาง ต่อจากบ้านร่องกล้าไปยังภูลมโล เป็นทางดินธรรมชาติ เป็นเส้นทางถนนกลางป่า จัดว่าดี รถปิกอัพไม่โหลดเตี้ยขึ้นได้ แม้แต่รถเก๋งที่คนขับใจถึง รู้จังหวะการขับรถ ก็สามารถนำขึ้นไปได้

 

 

 

          สภาพอากาศ ภูหินร่องกล้า มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ช่วงฤดูหนาว มีอากาศหนาวจัด อุณหภูมิลดต่ำลงถึงจุดเยือกแข็ง ทุกๆ ปีจะพบน้ำค้างแข็งที่บ้านร่องกล้า หรือที่หน่วยฯ น้ำตกหมันแดง

 

 

 

          สภาพลานกางเต็นท์ บริเวณเชิงยอดภูลมโลจะมีลานกางเต็นท์ของหน่วยต้นน้ำ พอมีห้องน้ำสภาพพอใช้ได้ ไม่ถึงกับดีมาก แต่สะอาด หรือจะขึ้นไปกางบนยอดภูลมโล ก็สามารถชมทิวทัศน์ได้เกือบรอบด้าน  และยังมีลานกางเต็นท์บนสันภูก่อนถึงยอดภูลมโล อีกจุดหนึ่ง อยู่ใกล้ชิดกับแนวป่านางพญาเสือโคร่ง

 

  

          สภาพห้องน้ำ จะมีห้องน้ำอยู่ที่หน่วยต้นน้ำ (เชิงยอดภูลมโล) เพียงแห่งเดียว สภาพห้องน้ำแบบชั่วคราว หลังคาจาก ฝาขัดแตะ

 

 

          ร้านอาหาร ไม่มีต้องเตรียมเสบียงอาหาร พร้อมน้ำดื่มไปเอง และจัดเตรียมถุงดำใส่ขยะ นำออกมาทิ้งใส่ถังขยะด้านนอกด้วย 

          สิ่งอำนวยความสะดวก ที่ภูลมโล ยังไม่มี แต่จะมีร้านอาหาร ที่พัก รถนำเที่ยว สามารถติดต่อศูนย์บริการท่องเที่ยวบ้านร่องกล้า

            สำหรับรถบริการนักท่องเที่ยว

           - จากอช.ภูหินร่องกล้า ไปภูลมโล ราคา 1,000 บาท

           - จากบ้านร่องกล้า ไปภูลมโล ราคา 600-800 บาท

           - จากบ้านกกสะทอน ไปภูลมโล 1,500-2,000 บาท

 

 

          การติดต่อ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตู้ ปณ.3  อ.นครไทย  จ.พิษณุโลก   65120 

โทรศัพท์ 0 -5535- 6607 , 08 -1596- 5977 อีเมล phuh-055@hotmail.co.th

          สำหรับการเดินทางสู่ภูลมโลนั้นทางฝั่งเลยที่บ้านกกสะทอน เนื่องจากเส้นทางส่วนใหญ่เป็นลูกรังค่อนข้างชันและขรุขระ ทางอุทยานฯ และ อบต.กกสะทอน จึงจัดให้มีบริการรถพาขึ้นชมไป-กลับ ไม่เกิน 5 คน คันละ 1,500 บาท 5-10 คน คันละ 2,000 บาท หากค้างคืนคิดเพิ่มวันละ 300 บาทต้องเตรียมเสบียงอาหารและน้ำไปเอง เพราะด้านบนไม่มีร้านค้าและศูนย์บริการ บริเวณจุดกางเต็นท์มีบริการห้องน้ำไว้ให้ (รถส่วนตัวจอดไว้ในจุดจอดรถที่ทาง อบต.กกสะทอน จัดสรรไว้ให้) ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนกกสะทอน โทร. 09 1373 0903, 08 0791 4748 หรือที่ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า 0-5535-6607

          ระดับเกรดที่กางเต็นท์ เนื่องจากยังเป็นพื้นที่ที่ยังไม่พร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยว จึงต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพที่เป็นจริง ยังไม่มีมีระบบการจัดการแม้แต่น้อย อาศัยว่านักท่องเที่ยวสามารถปรับตัวได้ ยังไม่มีเจ้าหน้าที่มาดูแล จึงมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ไร้กติกาอยู่บ้าง จุดเด่นของที่กางเต็นท์บนยอดภูลมโล คือ มีทิวทัศน์ที่สวยงาม มีบริเวณพื้นที่กว้าง สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้   

 

 

          ระดับเกรดห้องน้ำ มีอยู่ 4-5 ห้อง เป็นแบบชั่วคราว เป็นแบบหลังจาก ฝาขัดแตะ ประตูใช้ลวดคล้องเอา

          ระดับความยากง่ายคนที่เที่ยว เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่รถยนต์สามารถเข้าถึง จึงสามารถรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวได้ทุกเพศทุกวัย สามารถชมทิวทัศน์ป่านางพญาเสือโคร่งได้แต่ไกล และสามารถเข้าไปชมได้อย่างใกล้ชิดด้วย

 

 

          ระดับความยากง่ายในการเดินทาง ภูลมโล เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่ยังไม่ได้จัดให้อยู่แผนพัฒนา เป็นช่วงริเริ่มบุกเบิก อาจมีความยากและอุปสรรคอยู่บ้าง โดยเฉพาะในเรื่องการเดินทางซึ่งยังเป็นเส้นทางปลูกป่า เป็นทางดินทางลูกรัง รวมไปถึงสิ่งบริการอำนวยความสะดวก ทั้งที่พัก ร้านอาหาร ห้องสุขาด้วย

          ช่วงเวลาท่องเที่ยวที่เหมาะสม หน้าเทศกาลท่องเที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระไทย จะเป็นช่วงฤดูหนาว ประมาณกลางเดือนธันวาคม ไปจนถึงปลายเดือนมกราคม หากต้องการเข้าไปเที่ยวชมความสวยงามของดอกไม้ชนิดนี้ ควรตรวจข้อมูลให้แน่ชัดเสียก่อน สามารถติดต่อสอบถามหรือเข้าไปข้อมูลได้จาก เฟสบุ๊คอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า https://www.facebook.com/profile.php?id=100002639257975&fref=ts